การฉีดวิตามิน กับ การกินวิตามิน ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

Last updated: 25 เม.ย 2565  |  628 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การฉีดวิตามิน กับ การกินวิตามิน ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

การฉีดวิตามิน กับ การกินวิตามิน ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

ฉีดวิตามินคืออะไร?

        การฉีดวิตามิน คือ การฉีดเพื่อนำเข้าสารวิตามิน แร่ธาตุ รวมถึงสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์เข้าสู่ร่างกาย เพื่อเพิ่มปริมาณสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพซึ่งจะช่วยบำรุงและเสริมความแข็งแรงให้กับระบบของร่างกายส่วนที่เสื่อมสภาพได้ โดยส่วนมากมักเน้นไปที่ประโยชน์ด้านการบำรุงผิวพรรณเป็นหลัก

 

วิตามินที่ฉีด มีอะไรบ้าง?

        ชนิดของวิตามินที่ฉีดเข้าร่างกายผู้เข้ารับบริการแต่ละท่านจะแตกต่างกันไปตามความต้องการ แต่โดยส่วนมากสูตรวิตามินทั้งหมดมักจะมีรายการวิตามินต่อไปนี้เป็นส่วนประกอบ

  • วิตามินเอ มีจุดเด่นด้านการซ่อมแซมผิวหนังที่เริ่มเสื่อมสภาพ ลดเลือนริ้วรอยและจุดด่างดำ บรรเทาโอกาสเกิดสิวอักเสบ
  • วิตามินบีรวม มีจุดเด่นด้านการกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ผิวดูอมชมพูมีเลือดฝาก ซึ่งบอกถึงสุขภาพผิวที่ดี และยังเพิ่มโอกาสของความกระจ่างใสกับผิวสัมผัสที่นุ่มนวลแต่มีโครงสร้างผิวที่แข็งแรง
  • วิตามินซี มีจุดเด่นด้านการขับความกระจ่างใสและความอ่อนเยาว์ ช่วยด้านสารอนุมูลอิสระที่ทำให้ผิวดูหมองคล้ำและมีรอยเหี่ยวย่น
  • วิตามินอี มีจุดเด่นด้านการเสริมความชุ่มชื้นให้กับผิว ทั้งยังเป็นเกราะป้องกันให้กับผิวจากมลภาวะและสิ่งสกปรก ทำให้ผิวแข็งแรงไม่อักเสบง่าย

 

ฉีดวิตามินทำให้ผิวขาวขึ้นจริงหรือไม่?

        การฉีดวิตามินมีส่วนช่วยเร่งกระบวนการผลัดเซลล์ผิวและเติมเต็มสารวิตามินที่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสสุขภาพดีขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม การฉีดวิตามินเพียงอย่างเดียวและเพียงครั้งเดียวอาจไม่ช่วยให้ผลลัพธ์การเปลี่ยนแปลงของผิวเห็นได้ชัดอย่างที่คาดหวัง

        ดังนั้นผู้เข้ารับบริการทุกท่านจึงควรมาฉีดวิตามินผิวอย่างสม่ำเสมอประมาณ 3-5 ครั้งขึ้นไป ควบคู่ไปกับปรับพฤติกรรมดูแลสุขภาพผิวอย่างเหมาะสมร่วมด้วย เพื่อผลลัพธ์ของสุขภาพผิวที่แข็งแรงขึ้นจากภายใน เช่น งดการออกไปสัมผัสแดดแรงบ่อยๆ ทาครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุเสริมสุขภาพอย่างเพียงพอ

 

ฉีดวิตามินกับกินวิตามิน แบบไหนให้ผลลัพธ์เร็วกว่ากัน

        ผลลัพธ์หลังจากร่างกายนำไปใช้นั้น การรับวิตามินทั้งแบบฉีดและแบบกินเป็นให้ผลลัพธ์ได้เช่นเดียวกัน แต่หากพูดถึงความเร็วในการดูดซึมเข้าร่างกาย ระยะเวลาการให้ผลลัพธ์ การรับวิตามินแบบฉีดจะทำได้เร็วกว่าและครบถ้วนกว่า

 

การฉีดวิตามิน หรือ การกินวิตามิน ต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน

 

ฉีดวิตามินผิวเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาอะไรบ้าง?

  • ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูสภาพผิวที่กำลังอ่อนแอหรือเสื่อมสภาพอย่างเร่งด่วน
  • ผู้ที่อยากเปลี่ยนแปลงผิวให้กระจ่างใสขึ้น ดูสุขภาพดี
  • ผู้ที่นอนดึกหรือพักผ่อนไม่เพียงพอ จนผิวพรรณไม่สดใส
  • ผู้ที่ผิวขาดความชุ่มชื้นจนแห้ง หยาบกระด้าง หมองคล้ำ
  • ผู้ที่ต้องการเสริมระดับภูมิคุ้มกันเพื่อลดอาการอ่อนเพลีย เจ็บป่วยง่าย หรือเป็นภูมิแพ้

 

ควรฉีดวิตามินกี่ครั้งจึงจะเห็นผล แต่ละครั้งควรห่างกันนานแค่ไหน?

        ในระยะแรก คุณควรมาฉีดวิตามินสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เป็นจำนวน 3-5 สัปดาห์ติดต่อกัน ซึ่งผลลัพธ์ก็จะเริ่มสังเกตเห็นได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่รับบริการ และจะเห็นได้ชัดเจนที่สุดเมื่อรับบริการไปแล้วประมาณ 3 ครั้ง หลังจากนั้นค่อยทิ้งระยะห่างเปลี่ยนมาเป็นรับวิตามิน 1 ครั้งในทุก 2-3 สัปดาห์แทน แล้วค่อยเว้นระยะห่างเป็น 1 ครั้งต่อ 1 เดือน

        เพื่อความปลอดภัย คุณไม่ควรฉีดวิตามินเกินคำแนะนำของแพทย์ และหลีกเลี่ยงไปรับบริการยังสถานพยาบาลที่เปิดให้บริการฉีดวิตามินอย่างไม่เป็นมาตรฐาน เพราะอาจมีการผสมสารเคมีหรือสารวิตามินปลอมที่สามารถไปสร้างผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพได้

 

ตัวอย่างรีวิวผลลัพธ์ การฉีดวิตามินผิว

 

ใครมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถมาฉีดวิตามินผิวได้บ้าง?

  • หญิงตั้งครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร
  • ผู้ป่วยโรคตับหรือโรคไต
  • ผู้ที่มีภาวะธาตุเหล็กเกิน (Iron overload หรือ Hemochromatosis)
  • ผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD (G6PD Deficiency)

 

ข้อดี - ข้อเสียของการรับวิตามินแต่ละแบบ

แบบกิน

ข้อดี:  หาซื้อง่าย ไม่มีบาดแผล ทานง่าย
ข้อเสีย:  หากรับประทานปริมาณมากเกินไป ไตทำงานหนักเกินไป น้ำตาลตกค้างอาจนำไปสู่การเป็นเบาหวานได้
ระยะเวลาผลลัพธ์:  อย่างน้อย 3 เดือน

แบบฉีด

ข้อดี:  เจ็บเล็กน้อย
ข้อเสีย:  รับปริมาณมากเกินไปจะเกิดผลเสียต่อร่างกาย ต้องดูแลโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
ระยะเวลาผลลัพธ์:  เห็นผลไว เมื่อรับบริการ 3 ครั้งขึ้นไป

 

ถ้าเปรียบเทียบการกินวิตามินกับการฉีดอย่างไหนดีกว่ากัน ต้องบอกว่าดีทั้งคู่ แต่การฉีดวิตามินจะได้ผลที่ไวกว่า ได้รับทั้งสารอาหาร วิตามิน เกลือแร่ ครบถ้วนมากกว่า การกินที่ต้องใช้ระยะเวลาในการดูดซึมอย่างน้อยถึง 3 เดือน

หากต้องการเห็นผลไว ฉีดวิตามินแล้ว สามารถดูแลตัวเองด้วยการกินวิตามินต่อได้ควบคู่กับการดูแลสุขภาพ เลี่ยงแสงแดดผิวที่ดีจะอยู่กับตัวเราไปนาน

 

 

_________________________________________

สามารถปรึกษา จองคิว ขอดูรีวิว หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
  Facebook: www.facebook.com/atomclinicofficial
  Line: @atomclinic
 Youtube: www.youtube.com/AtomClinicChannel
_________________________________________


ยังมีบทความน่าสนใจเกี่ยวกับอีกเพียบ! กดอ่านต่อ


Powered by MakeWebEasy.com